วัดความเร็วเน็ต 100 เมก แต่ได้ไม่ถึง สาเหตุและวิธีตรวจสอบ
หากวัดความเร็วเน็ต 100 เมกแล้วได้ค่าต่ำกว่าที่สมัครไว้ ควรแยกตรวจสอบระหว่างสายไฟเบอร์ เราเตอร์ Wi-Fi อุปกรณ์ และเซิร์ฟเวอร์ทดสอบ พร้อมดูทั้งดาวน์โหลด อัปโหลด และค่า ping
ผู้ใช้แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตบ้าน 100 Mbps อาจพบว่าผลวัดความเร็วเน็ตไม่ถึง 100 เมก โดยเฉพาะเมื่อทดสอบผ่าน Wi-Fi ตัวเลขที่เห็นอาจแตกต่างจากความเร็วตามแพ็กเกจ เพราะการทดสอบได้รับผลจากอุปกรณ์ ระยะห่าง สัญญาณรบกวน และเซิร์ฟเวอร์ที่เลือก
ความเร็วเน็ต 100 เมกควรได้เท่าไร
คำว่า 100 เมกโดยทั่วไปหมายถึงความเร็ว 100 Mbps หรือเมกะบิตต่อวินาที ไม่ใช่ 100 MB/s หากดาวน์โหลดไฟล์ผ่านโปรแกรมที่แสดงหน่วยเป็นเมกะไบต์ต่อวินาที ค่าสูงสุดตามทฤษฎีจะอยู่ประมาณ 12.5 MB/s ก่อนหักค่าใช้จ่ายของระบบและเครือข่าย
ผลทดสอบที่เหมาะสมควรดูทั้งดาวน์โหลด อัปโหลด และค่า ping หากใช้สาย LAN กับอุปกรณ์ที่รองรับ และทดสอบไปยังเซิร์ฟเวอร์ใกล้พื้นที่ใช้งาน ความเร็วดาวน์โหลดควรใกล้เคียงแพ็กเกจมากกว่าเมื่อทดสอบผ่าน Wi-Fi
สาเหตุที่หนึ่ง: ทดสอบผ่าน Wi-Fi ในจุดที่สัญญาณอ่อน
Wi-Fi อาจทำให้ความเร็วลดลงเมื่ออุปกรณ์อยู่ไกลจากเราเตอร์ มีผนังหลายชั้น หรืออยู่ในบริเวณที่มีสัญญาณรบกวนจากเครือข่ายข้างเคียง ย่าน 2.4 GHz ครอบคลุมได้ไกลกว่าแต่มีโอกาสถูกรบกวนมาก ส่วนย่าน 5 GHz มักเร็วกว่าเมื่ออยู่ใกล้เราเตอร์
สาเหตุที่สอง: เราเตอร์หรืออุปกรณ์รองรับความเร็วไม่เพียงพอ
เราเตอร์รุ่นเก่า อุปกรณ์ที่รองรับ Wi-Fi มาตรฐานเก่า หรือพอร์ต LAN ที่จำกัดความเร็ว อาจเป็นคอขวดของการเชื่อมต่อ แม้ผู้ให้บริการจะส่งสัญญาณมาถึงบ้านตามแพ็กเกจ 100 Mbps ก็ตาม ควรตรวจสอบสเปกพอร์ตและมาตรฐาน Wi-Fi ของอุปกรณ์ที่ใช้ทดสอบ
สาเหตุที่สาม: มีอุปกรณ์อื่นใช้แบนด์วิดท์พร้อมกัน
การดาวน์โหลดไฟล์ ดูวิดีโอความละเอียดสูง สำรองข้อมูลขึ้นคลาวด์ หรือเล่นเกมบนอุปกรณ์หลายเครื่อง จะใช้แบนด์วิดท์ร่วมกัน ทำให้ผลวัดบนเครื่องหนึ่งลดลง ควรหยุดกิจกรรมเหล่านี้ชั่วคราวก่อนทดสอบเพื่อให้เห็นความสามารถของสายอินเทอร์เน็ตชัดเจนขึ้น
สาเหตุที่สี่: เซิร์ฟเวอร์ทดสอบอยู่ไกลหรือมีผู้ใช้งานมาก
เว็บไซต์หรือแอปทดสอบความเร็วจะเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ที่เลือก หากเซิร์ฟเวอร์อยู่ไกล มีเส้นทางเครือข่ายอ้อม หรือมีผู้ใช้งานจำนวนมาก ผลดาวน์โหลด อัปโหลด และค่า ping อาจคลาดเคลื่อน ควรทดลองหลายเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ใกล้พื้นที่ใช้งานและเปรียบเทียบผล
สาเหตุที่ห้า: อุปกรณ์กำลังทำงานหนักหรือมีซอฟต์แวร์จำกัดความเร็ว
คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ที่มีการใช้งาน CPU และหน่วยความจำสูง อาจประมวลผลการทดสอบได้ไม่เต็มที่ นอกจากนี้ VPN โปรแกรมรักษาความปลอดภัย และส่วนเสริมบางชนิดอาจเพิ่มขั้นตอนการเชื่อมต่อหรือจำกัดทราฟฟิก ควรปิด VPN และแอปที่ไม่จำเป็น แล้วทดสอบซ้ำ
สาเหตุที่หก: ปัญหาจากสายหรืออุปกรณ์เครือข่าย
สาย LAN ที่ชำรุด หัวต่อหลวม หรือสายที่มีคุณภาพไม่เหมาะสมอาจทำให้การเชื่อมต่อผิดพลาดและลดความเร็วลงได้ ไฟสถานะบนเราเตอร์อาจช่วยบอกความผิดปกติ แต่ไม่ควรใช้แทนการทดสอบจริง ควรเปลี่ยนสายและทดลองพอร์ตอื่นเมื่อสงสัยว่าอุปกรณ์มีปัญหา
วิธีวัดความเร็วเน็ต 100 เมกให้แม่นขึ้น
เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับเราเตอร์ด้วยสาย LAN ที่รองรับความเร็วอย่างน้อย 100 Mbps
หยุดดาวน์โหลด อัปโหลด สตรีมวิดีโอ และการสำรองข้อมูลจากอุปกรณ์อื่น
ปิด VPN และโปรแกรมที่อาจใช้เครือข่ายหรือทรัพยากรเครื่อง
ทดสอบอย่างน้อย 3 ครั้งในช่วงเวลาต่างกัน และเลือกเซิร์ฟเวอร์ใกล้พื้นที่ใช้งาน
บันทึกค่าดาวน์โหลด อัปโหลด ค่า ping และเวลาที่ทดสอบไว้เปรียบเทียบ
แนวทางแก้ไขเมื่อผลทดสอบต่ำกว่าปกติ
เริ่มจากย้ายเข้าใกล้เราเตอร์ เปลี่ยนไปใช้ย่าน 5 GHz หรือสาย LAN และรีสตาร์ตเราเตอร์ จากนั้นตรวจสอบเฟิร์มแวร์ ช่องสัญญาณ และจำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ หากเป็นไปได้ควรทดสอบด้วยอุปกรณ์อีกเครื่องเพื่อแยกปัญหาที่เกิดจากเครื่องเดิม
หากทดสอบผ่านสาย LAN หลายครั้งในช่วงเวลาต่างกันแล้วความเร็วยังต่ำกว่าที่ควรเป็น ให้ติดต่อผู้ให้บริการเพื่อแจ้งผลทดสอบ พร้อมระบุอุปกรณ์ วิธีเชื่อมต่อ เวลา และเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบสัญญาณจากระบบและอุปกรณ์ปลายทางได้ตรงจุดมากขึ้น
สรุปการตรวจสอบความเร็ว 100 เมก
ผลวัดความเร็วที่ไม่ถึง 100 Mbps ไม่ได้หมายความว่าสายอินเทอร์เน็ตมีปัญหาเสมอไป ควรเริ่มจากแยกการทดสอบผ่าน Wi-Fi และสาย LAN ตรวจสอบเราเตอร์ อุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมกัน และเซิร์ฟเวอร์ทดสอบ หากผลต่ำต่อเนื่องแม้ควบคุมเงื่อนไขแล้ว จึงค่อยประสานผู้ให้บริการเพื่อหาสาเหตุของสายสัญญาณหรือระบบเครือข่าย
