สาเหตุที่สปีดเทสต์เน็ต 100Mbps และ 1Gbps ได้ความเร็วไม่เต็ม พร้อมวิธีตรวจสอบ
หากสปีดเทสต์เน็ต 100Mbps และ 1Gbps ได้ความเร็วต่ำกว่าที่คาด อาจเกิดจาก Wi-Fi อุปกรณ์ เราเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ หรือสัญญาณจากผู้ให้บริการ บทความนี้แนะนำวิธีแยกสาเหตุและปรับปรุงให้เหมาะกับการใช้งาน
ทำไมสปีดเทสต์เน็ต 100Mbps และ 1Gbps จึงได้ความเร็วไม่เต็ม
ตัวเลข 100Mbps หรือ 1Gbps คือความเร็วสูงสุดตามแพ็กเกจและเงื่อนไขของผู้ให้บริการ ไม่ใช่ความเร็วที่อุปกรณ์ทุกเครื่องจะทำได้ตลอดเวลา ผลการทดสอบยังขึ้นอยู่กับวิธีเชื่อมต่อ จำนวนผู้ใช้งาน เราเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ทดสอบ และช่วงเวลาที่วัดด้วย
ควรแยกคำว่า Mbps ซึ่งเป็นหน่วยความเร็วเครือข่าย ออกจาก MB/s ที่มักแสดงในโปรแกรมดาวน์โหลด โดย 100Mbps มีค่าทางทฤษฎีประมาณ 12.5MB/s และ 1Gbps ประมาณ 125MB/s ก่อนหักส่วนต่างจากการทำงานของระบบ
สาเหตุจากการทดสอบผ่าน Wi-Fi
Wi-Fi เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะเมื่ออยู่ไกลจากเราเตอร์ มีผนังหลายชั้น หรือใช้คลื่น 2.4GHz ที่มีอุปกรณ์รบกวนจำนวนมาก แม้แพ็กเกจจะเป็น 1Gbps แต่อุปกรณ์ปลายทางอาจรับความเร็วได้เพียงบางส่วน
มาตรฐาน Wi-Fi ของโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ และเราเตอร์ก็มีผล หากอุปกรณ์รองรับเพียง Wi-Fi รุ่นเก่า การสปีดเทสต์จะไม่สะท้อนความเร็วของไฟเบอร์ทั้งหมด นอกจากนี้ การเชื่อมต่อหลายเครื่องพร้อมกันยังแบ่งแบนด์วิดท์ร่วมกัน
สาเหตุจากเราเตอร์และสาย LAN
เราเตอร์ที่มีประสิทธิภาพไม่พอ อาจรองรับการประมวลผลหรือพอร์ตเครือข่ายได้ไม่ถึง 1Gbps เมื่อมีการเชื่อมต่อหลายอุปกรณ์ เปิดระบบรักษาความปลอดภัย หรือใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน
สาย LAN ก็มีความสำคัญ หากใช้สายเก่าหรือสายที่ชำรุด อาจเชื่อมต่อได้เพียง 100Mbps แทนที่จะเป็น 1Gbps ควรตรวจสอบว่าพอร์ตและสายรองรับ Gigabit Ethernet และดูสถานะความเร็วลิงก์บนคอมพิวเตอร์ก่อนทดสอบ
สาเหตุจากอุปกรณ์ปลายทาง
คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ที่ใช้สปีดเทสต์อาจมีข้อจำกัดด้านชิปเครือข่าย หน่วยความจำ หรือประสิทธิภาพของเบราว์เซอร์ โปรแกรมที่ทำงานเบื้องหลัง เช่น การสำรองข้อมูล การอัปเดตระบบ และการดาวน์โหลดไฟล์ อาจดึงความเร็วไปพร้อมกัน
หากทดสอบบนโทรศัพท์ ควรปิดแอปที่ใช้งานเครือข่ายและอยู่ใกล้เราเตอร์ ส่วนการทดสอบแพ็กเกจ 1Gbps ควรใช้คอมพิวเตอร์ที่มีพอร์ต Gigabit หรืออะแดปเตอร์ที่รองรับความเร็วระดับนี้
สาเหตุจากเซิร์ฟเวอร์สปีดเทสต์และช่วงเวลา
ผลการทดสอบอาจแตกต่างกันเมื่อเลือกเซิร์ฟเวอร์คนละแห่ง เซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ไกลหรือมีผู้ใช้งานหนาแน่นอาจทำให้ความเร็วดาวน์โหลดและอัปโหลดลดลง รวมถึงทำให้ค่า ping สูงขึ้น
ช่วงเวลาใช้งานก็มีผล โดยเฉพาะช่วงเย็นหรือวันหยุดที่มีผู้ใช้จำนวนมาก ควรทดสอบกับหลายเซิร์ฟเวอร์และวัดซ้ำในช่วงเวลาต่างกัน เพื่อดูว่าปัญหาเกิดเฉพาะจุดหรือเกิดกับการเชื่อมต่อทั้งหมด
สาเหตุจากเครือข่ายของผู้ให้บริการ
หากเชื่อมต่อด้วยสาย LAN ที่รองรับ Gigabit และทดสอบหลายเซิร์ฟเวอร์แล้วได้ความเร็วต่ำอย่างต่อเนื่อง อาจเกี่ยวข้องกับสัญญาณไฟเบอร์ อุปกรณ์ในโครงข่าย หรือความหนาแน่นของเครือข่ายจากผู้ให้บริการ
ผู้ให้บริการในประเทศแต่ละรายอาจมีเส้นทางเชื่อมต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์แตกต่างกัน จึงควรเปรียบเทียบผลกับเว็บไซต์หรือบริการหลายแห่ง และเก็บภาพผลทดสอบพร้อมวันเวลาไว้เมื่อติดต่อฝ่ายบริการ
วิธีตรวจสอบให้รู้ว่าเกิดจากจุดใด
- หยุดการใช้งานอื่น ปิดการดาวน์โหลด สตรีมมิง VPN และการสำรองข้อมูลจากทุกอุปกรณ์
- ทดสอบผ่านสาย LAN เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้ากับเราเตอร์โดยตรง และตรวจสอบว่าลิงก์เป็น 1Gbps หากใช้แพ็กเกจระดับกิกะบิต
- ทดสอบหลายเซิร์ฟเวอร์ เปรียบเทียบความเร็วดาวน์โหลด อัปโหลด และค่า ping จากเซิร์ฟเวอร์ใกล้และไกล
- ทดสอบหลายช่วงเวลา บันทึกผลตอนเช้า กลางวัน และช่วงค่ำ เพื่อดูรูปแบบของปัญหา
- เปรียบเทียบหลายอุปกรณ์ หากมีเพียงเครื่องเดียวที่ช้า ปัญหาอาจอยู่ที่อุปกรณ์หรือระบบปฏิบัติการ
แนวทางเพิ่มความเร็วและลดค่า ping
- วางเราเตอร์ในจุดเปิดโล่ง ใกล้พื้นที่ใช้งาน และหลีกเลี่ยงโลหะหรืออุปกรณ์ที่รบกวนสัญญาณ
- ใช้คลื่น 5GHz หรือ Wi-Fi รุ่นใหม่เมื่ออยู่ใกล้เราเตอร์ และเลือก 2.4GHz เมื่อจำเป็นต้องเน้นระยะทาง
- เปลี่ยนสาย LAN ที่รองรับ Gigabit และตรวจสอบพอร์ตของเราเตอร์กับคอมพิวเตอร์
- รีสตาร์ตและอัปเดตเฟิร์มแวร์เราเตอร์ตามคำแนะนำของผู้ผลิต
- จำกัดอุปกรณ์ที่ใช้แบนด์วิดท์สูง และเปิด Quality of Service หากเราเตอร์รองรับ
- ปิด VPN เมื่อไม่ได้ใช้งาน เพราะเส้นทางผ่านเซิร์ฟเวอร์ VPN อาจทำให้ความเร็วลดลงและค่า ping สูงขึ้น
เมื่อใดควรติดต่อผู้ให้บริการ
ควรติดต่อผู้ให้บริการเมื่อความเร็วต่ำกว่าปกติอย่างต่อเนื่อง แม้ทดสอบผ่านสาย LAN ด้วยอุปกรณ์ที่รองรับแล้ว หรือพบว่าค่า ping และการสูญหายของแพ็กเก็ตสูงผิดปกติ ควรแจ้งแพ็กเกจ วิธีเชื่อมต่อ ช่วงเวลาที่พบปัญหา และแนบผลสปีดเทสต์จากหลายเซิร์ฟเวอร์เพื่อช่วยให้ตรวจสอบได้เร็วขึ้น
